Songphon's profileSongphon's amusing blog.PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    7/12/2009

    ไม่มีรูปแบบก็คือไม่มีอะไรเลย

    รูปแบบ(pattern) นั่นเป็นสิ่งแท้จริงที่สุดที่ลวงตาที่สุด เราเห็นมันอยู่ทุกที่ มันเปรียบเสมือนม่านบังตาที่เรามองเห็นแต่เราไม่รู้สึกถึงมัน

    พิจารณาแก้วอันสวยงามดูแวววาว แท้จริงแล้วมันคือผลึกของเม็กทรายที่เกาะเกี่ยวกันในลักษณะที่ยอมให้แสงเดินทางผ่านได้ หรือเพชรเม็ดงามก็คือพันธะคาร์บอนที่จับตัวกันในโครงสร้างจำเพาะนึงๆทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าเพชร ลองจินตนาการดูสิว่าถ้าหาก “แบบ” ของโมเลกุลคอร์บอนนั้นเปลี่ยนไปเป็นแบบชั้นผลึกวางซ้อนกัน จะมีใครเอาไปสวมใส่เป็นแหวนบางเพราะว่ามันคือกราไฟต์หรือไส้ดินสอที่เราใช้เขียนกันอยู่ทุกวัน แต่แท้จริงแล้วสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นของสองอย่างนี้เหมือนกันทุกประการ มันน่าแปลกหรือไม่

    ทำไมเราถึง”เชื่อ”ว่าสิ่งต่างๆมีค่าสำหรับตัวเรา
    มันเป็นเพราะเรายึดมั่นเอาใน “แบบ” นั้นๆใช่หรือไม่

    ชีวิตคนเมื่อตายลง สิ่งที่เกิดขึ้นแท้จริงก็คือการเปลี่ยนรูปแบบอีกครั้ง จริงๆแล้วชีวิตมนุษย์เรามีการเปลี่ยนแปลง แบบ ตลอดเวลา ลองนึกถึงผมและเส้นขน เล็บ ขี้เหงื่อไคล้ แต่น่าแปลกไม่มีใครมาจัดงานศพให้กับการตายไปของเซล์ในร่างกายหรือการสู่เสียหน้าตาอันเยาววัย? จริงๆแล้วการที่เราเสียใจในการจากไปของชีวิตนั่นคือเราเสียใจให้กับแบบ ที่สูญสลายไป ทั้งๆที่เรายึดมั่นมานานว่าแบบนี้ควรค่าแก่การดำรงอยู่ ควรค่าแก่การอยู่รอด.

    จริงๆแล้วเรากลัวตายเพราะว่าเรากลัวว่าจะความทรงจำ(หรือรูปแบบของโครงประสาทที่ทำหน้าที่แทนความจำ)นั้่นจะสูญสลายไป สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งมีค่ามากสำหรับชีวิตคนคนนึง คนที่จำอะไรไม่ได้เลย ยอมไม่มีความกลัวตายอยู่ในจิตสำนึก ดังเช่นทารกแรกเกิด หลายคนอาจเถียงว่าเด็กทารกก็กลัวตายเป็นเช่นกัน เช่นความสามารถในการว่ายน้ำได้ หรือความสามารถในการกินอาหาร คำตอบคือสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่พฤติกรรมที่เกิดจากประสบการณ์ แต่เป็นความสามารถที่ถูกฝั่งมาในสายพันธุกรรมเพื่อรับประกันความอยู่รอดของ “แบบ” DNA นั้นๆ

    กับคำถามที่ว่าเรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไรนั้น ถ้าตอบในเชิงของรูปแบบ จะได้ดังนี้
    ”เรามีชีวิตอยู่เพื่อดำรงความมีอยู่ของรูปแบบ” ถ้าพูดให้ชัดเจนคือธรรมชาติสร้างให้เราเป็นตัวแทนความดำรงอยู่ของแบบ.
    คำถามคือ ทำไมต้องทำเช่นนั้น
    พิจารณาดูก้อนหินถึงมันจะแข็งแต่มันก็สูญเสียแบบของมันไปตลอดเวลามันถูกกัดกร่อนไปเรื่อยๆ ธรรมชาติต้องการที่จะสร้างแบบที่สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมได้ สิ่งมีชีวิตจึงได้เกิดขึ้นนั่นเอง

    อาจมีบางคนสับสนและยกข้อถกขึ้นมาว่าจริงๆแล้วเราไม่ได้อดทนต่อการเปลี่ยนแบบเลย เราสามารถถูกทำลายได้ง่าย ง่ายมากกว่าก้อนหินก้อนนึง
    คำตอบของคำถามนี่คือธรรมชาติไม่ได้พยายามสร้างให้ปัจเจกบุคคลดำรงอยู่ได้ แต่ต้องการทำให้”เรา”ดำรงอยู่ได้ เราจึงต้องมีการเผชิญกับสภาพแวดล้อมต่างๆนานาๆ และต้องต่อสู้เพื่ออยู่รอด จากนั้นเราจะถ่ายทอด “แบบ” ที่ควรอยู่รอดนี่ไปยังรุ่นถัดไปเรื่อยๆ ดังนั้นเราถึงดำรงอยู่

    ถ้าปราศจากรูปแบบแล้วเราจะไม่มีอะไรเลย อย่างน้อยที่สุดก็ข้อความที่กำลังอ่านอยู่นี้ก็อยู่ในรูปแบบที่เรียกกันว่าภาษา.

    7/4/2009

    นินทากาเลเหมือนเททิ้ง

    มีผู้ชมทางบ้านถามกันเข้ามาว่าทำไมคนเราต้องนินทา
    วิเคราะห์กันแบบถึงแก่น

    ผู้อ่านทุกคนคนจะไม่มีใครไม่เคยนินทาผู้อื่นในเรื่องเล็กๆน้อยๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นธรรมชาติของพฤติกรรมทางสังคม
    พึ่งสังเกตว่าทุกครั้งที่เราพูดนินทาผู้อื่นเราจะรู้สึกว่าเรามีความ "เหนือกว่า" ในเรื่องนั้นๆเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ถูก "นินทา"
    จุดประสงค์หลักโดยเนื้อแท้ของการนินทาว่าร้ายคนอื่นโดยที่ไม่มีมูลเหตุอันสมควรหรือแม้กระทั่งอีกฝ่ายไม่มีสิทธิจะตอบโต้นั้น
    โดยหลักทางจิตวิทยาแล้วไม่ได้มีอะไรมากไปกว่ากลไกพิเศษในการปกป้องตนเองทางจิต
    ได้แก่การหยิบยกประเด็นที่ผู้พูดนั้นจะลอยตัวอยู่เหนือประเด็นนั้น จากนั้นจะโจมตีผู้ที่ถูกกล่าวถึงในประเด็นนั้นๆ
    การกระทำเช่นนี้ อาจมีการเพิ่มความน่าเชื่อถือโดยการยกเอาเหตุผลเชิงเปรียบเทียบมาเสริมเพื่อให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน
    หรือการเพิ่มคุณค่าให้ตนเองโดยการนำเสนอความคิดที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นสิ่งที่ดีและใกล้เคียงกับสิ่งที่เรียกว่า "ดี" ในสังคมนั้นๆ
    เพื่อให้ตนเองเป็นที่ยอมรับในกลุ่ม ลักษณะของบุคคลที่ชอบกล่าวร้ายคนอื่นอยู่บ่อยๆนั้น เชื่อกันว่าจะมี "ปม" ที่เกิดจากการเลี้ยงดูในวัยเด็ก
    และไม่มีการพัฒนาภาวะทางอารมณ์ หรือการพัฒนาภาวะทางอารมณ์ถูกขัดขวาง ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติคือ "จิต"
    จะต้องหาสิ่งทดแทนเพื่อปกป้องอัตตาของตนเองไว้ กล่าวคือเพื่อเป็นการย้ำให้ตนเองเชื่อว่าตนเองนั้นดีที่สุดและตัวตนของตนเองนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
    พึ่งสังเกตว่าความพึ่งพอใจ ในลักษณะของการนินทาว่าร้ายนั้นจะไม่คงอยู่ยาวนานนัก ผู้ที่มีพฤติกรรมจึงมีแนวโน้มที่จะกระทำซ้ำๆเพื่อที่จะได้"เสพ"
    ความสุขที่ได้รับจากความรู้สึกกว่าตนเองเป็นผู้ชนะ นอกจากผู้พูดแล้ว มีความเป็นไปได้ว่าผู้ฟังที่มีลักษณะพื้นฐานทางจิตใจที่คล้ายคลึงกัน
    จะพลอยได้รับอานิสงค์ของการ"เสพ"ความพึ่งพอใจอันนี้ด้วย และในที่สุดจะเป็นความรู้สึกในลักษณะพวกพ้อง กล่าวคือความรู้สึกว่า
    ตนเองได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องและมีความใกล้ชิดกับผู้พูดมากขึ้น มีสิ่งที่รับรู้ร่วมกัน นั่นคือมีคนที่ยอมรับอัตตาของตนมากขึ้น

    ปกติแล้วการนินทานั้นจัดเป็นพฤติกรรมทางสังคมที่จะกระชับความสัมพันธ์กันในกลุ่มทางสังคมนั่นๆ เราจึงมักสังเกตได้บ่อยครั้งว่า
    ผู้ที่กระซิบกระซาบกันนั้น มักจะอยู่ในลักษณะความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเช่น คนรัก เพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัว.
    ผู้ที่มักนินทาว่าร้ายผู้อื่นอยู่บ่อยครั้งมากจนเกินพอดี จัดเป็นความผิดปกติทางจิต
    ผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมใกล้เคียงกับผู้ที่ติดยาเสพติดนั้นคือ ต้องค้นหาสิ่งที่จะมาบำบัดความต้องการหรือ"เสพ"มากขึ้นเรื่อยๆ
    จนท้ายที่สุดผู้ป่วยจะมีลักษณะผิดปกติทางจิตอันได้แก่การสูญเสียความสามารถในการรับรู้โลกภายนอก ความเคารพในตนเองและผู้อื่นเป็นต้น

    ท้ายนี่มีคำดีๆเอาไว้เตือนใจก่อนที่จะว่าร้ายผู้อื่นทั้งต่อหน้าและลับหลัง

    ก่อนจะว่าร้ายผู้อื่นในพิจารณาตนเองก่อนว่าเราไม่มีลักษณะเช่นนั้นใช่หรือไม่
    ถ้า "ใช่" เราไม่ควรนินทาว่าร้ายคนอื่นเนื่องจากเรามีในสิ่งที่คนที่เรากล่าวถึงไม่มี นั่นหมายความว่าเราไม่ "ขาด" และจิตของเราไม่ต้องการกลไกปกป้อง
    ทำนองเดียวกับที่เจ้านายไม่นินทาบ่าว พ่อแม่ไม่นินทาลูกนั่นเอง เพราะว่าบุคคลเหล่านี้ล้วนแต่อยู่ในสถานะที่สูงกว่าทั้งสิ้น

    ถ้า "ไม่ใช่" เราไม่ควรว่าร้ายคนอื่นเพราะเปรียบเสมือนการว่าร้ายตนเอง ผู้คนที่ได้รับฟังอาจจะรู้สึกสมเพชเราเองก็เป็นได้

    คราวหน้าเราจะมาต่อกันที่ "มุมมอง" ของผู้ที่มักจะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต
    การมองโลกในลักษณะ "เกิดเป็นลูกโจร ทำแบบโจรยอมไม่ผิด" หรือ "ตัวเราเป็นอย่างนี้ เราเป็นตัวของตัวเอง เราไม่ผิด"
    อันนี้เป็นลักษณะของคนที่ยอมแพ้และจะเชื่อมโยงไปถึงพฤติกรรมต่างๆที่ทำให้ล้มเหลว...ในตอนหน้าครับ.
    4/17/2009

    Talking about You Scored as Agent Smith

    Actually, what I wanna be is "the architect".




    You Scored as Agent Smith

    You are Agent Smith.

    Agent Smith

    100%
    Neo

    88%
    The Merovingian

    75%
    Morpheus

    75%
    Oracle

    75%
    Trinity

    50%
    Seraph

    38%
    Niobe

    25%
    1/25/2009

    Change!

    After have been persuaded by Prof. Master Yoda.So,finally, I just realize that what really matter is an imagination, not a perception.
    Then, I have decided to change my fill to be more theorotical such as symbolic logic programming and Prof. Yoda seem to encoraging me to perform some thesis with him.
    12/25/2008

    Start!!!

    ฤกษ์ดีถือโอกาสวันคริสมาสต์นี่ละ เริ่มลุยเพื่อสร้างฝันได้แล้ว

    ตอนนี้เป้าหมายของผมค่อนข้างชัดเจนและ คือมุ่งไปทางด้าน Machine Intelligence
    แล้วก็มี Major field เป็น Computer Vision
    สิ่งที่สนใจข้างเคียงก็คือ
    - Machine learning ต่างๆ
    - PLs

    ตอนไปนี้จะเริ่มอ่าน papers แล้ว summarize ให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 2 papers
    หรือถ้า papers ไหนน่าสนใจมากก็ลุย implement เลย
    12/4/2008

    More space!

    You may notice that it's no more annoyed ads.
     
    Windows Live rocks!!
    7/6/2008

    I think I'm not a nerd at all.Absolutely not.

    But...
    NerdTests.com says I'm a Nerd God.  What are you?  Click here! 
    Shall I be proud?
    3/26/2008

    วันนี้รู้เรื่อง Lambda Calculus เพิ่มขึ้นมาอีกหน่อยแล้ว ฮี้ฮี้

    รู้สึกว่าตัวเอง powerful ขึ้นมาอีกนิด
    รู้สึกได้ถึงพลังที่ไหลเวียนในร่างกายเลย 5 5 5

    เป้าหมายต่อไปคือ Y Combinator กับการทำ Recursive Anonymous Function กั่กๆๆๆ
    3/21/2008

    I'm scientist.Don't bother call me an engineer.

    I,who prefer on analyst and doing research on something, ain't an engineer.
    And I hate to be called an engineer.
    b'cos
    I don't intend to develop economical solutions to technical problems.
    I don't care whether the things that I know can be used or not.
    I don't care whether the things that I know can make money for me or not.
     
    I just want to KNOW.
    That's is the real and the pure scientist's soul.
    3/6/2008

    เซ็ง

    เซ็ง........................
    ไปงานเผาศพอาจารย์ไม่ทัน
    ไม่รู้โทรไปตอน 4 โมงเพือ่นบอกกำลังจะเผา
    ทำไมเป็นคนแบบนี้เนี่ย
    เซ็งงงงงงงงงงง!!!
    อาจารย์ต่อครับอโหสิกรรมให้ศิษย์อตักญญูคนนี้ด้วย
    6/18/2007

    About me

    意欲的、利発、確信した、ミステリーおよび敏感に人はいくつかのために記述してがよい。 私は世界を理解することを望む。私は多くの多くの事知っている。 しかし私はもっとたくさんの私が知らない事を考える。 私にプログラミングで技術およびコンピュータがを使用して強くある。

    -----------------------------------------

    야심 있는, 영리하고, 자부하는, 신비 그리고 과민하게 녀석은 어떤을 위해 기술하기 좋다. 나는 세계를 이해하고 싶으면. 나는 많은 많은 것 알고 있다. 그러나 나는 더욱 많은 나가 모르는 것을 생각한다. 나는 프로그램에 있는 기술 컴퓨터가를 사용하여 강하게 있다.

    -----------------------------------------

    雄心勃勃,聰明 ,自信,神秘而敏感的傢伙 ,是一件好事,說明部分. 我很想了解的公司之一知道很多東西 . 但我覺得很多事情,我不知道. 我強烈編程技巧和電腦使用.
    5/29/2007

    พักนี้ย้ายไปเล่น hi5

    เห้นคนเขาไปเล่นกันมากมาย
     
    ตอนแรกว่าจะไม่
     
    แต่สุดท้ายก็เอาจะเค้าจนได้
     
    เลยไ้ของแถมกลับมาเรยเพลงๆๆ อิอิ
    5/20/2007

    ใจหายเมื่อพระอาจารย์ดึงสังฆาติออก...

    ท่านมีความจำเป็นที่จะต้องลาสิกขาเพื่อไปปฏิบัติภาระกิจใช่หรือไม่
    ครับ
    ศีลสองร้อยยี่สิบเจ็ดข้อท่านรักษาได้หรือไม่
    ไม่ได้ครับ
    ท่านจักขาดจากความเป็นพระน่ะ
    ครับ
    (พระอาจารย์เอามือจับสังฆาติ)
    ท่านขาดจากความเป็นพระรึยัง
    ...
    ขาดรึยัง?
    ...ครับ
    ขาดรึยัง??
    ...........ขาดแล้วครับ...........

    ฉับพลันที่พระอาจารย์ดึงสังฆาติออกจากบ่าเมื่อใจหายวูบไป เหมือนรู้สึกว่าเรากำลังสูญเสียความสุขบางอย่างไป บางทีอาจเป็นความสงบ ตลอดเวลาที่อยู่วัดผมไม่ได้ดูทีวี ไม่ได้ฟังวิทยุ ไม่ได้โทรศัพท์ติดต่อกับใคร ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง แต่กลับไม่มีความรู้สึกกระวนกระวายไม่อยากรุ้ความเป็นไปใดๆรอบข้าง อยุ่กับตัวเองได้มากกว่าที่เคยทำมาตลอดชีวิต ทำให้ได้เข้าใจเรื่องราวหลายอย่าง ถึงแม้วัดที่ผมอยู่จะไม่ได้เป็นวัดที่เคร่งปฏิบัติพระธรรมมากนัก แต่เพียงแค่ความสงบเท่านี้ ก็ทำให้ผมมีความสุขได้มากแล้ว สุขกว่าการเอาชนะ การได้ของรางวัลอานิจสินจ้าง ผัสรมณ์ทั้งหลาย
     
    มีกุฎิเงียบๆให้พัก
    ตื่นเช้าเดินเท้าเปล่าไปบิณตบาต 8 กิโล
    รับกิจนิมนต์
    ทำวัด
    นั่งสมาธิ (ผมนั่งได้มากที่สุด 40 นาที ไม่ขยับเลยแม้แต่เปลือกตา แต่นั่งเสร็จลุดไม่ขึ้น นึกว่าจะเป็นอัมพาตซะ)
     
    พอค่ำก็ไม่เดินวนรอบเมรเผาศพ ปลงสังขาร เดินวนไปวนมาพยายามบอกตนเองว่าที่สุดคือความตาย กลัวทำไมผี เป็นพระกลัวทำไมผี บอกตัวเองขนาดนี้แต่เดินไปก็ขนลุกไป แต่ก็รุ็สึกดี


    ดีมากๆจนไม่อยากสึก วันนึงถ้าผมตัดขาดจากทางโลกได้จักออกบวชอีก
     
    4/10/2007

    เอาไงดีอะเนี่ย...Interlocal?

    เขียนสเปซเปนภาษาไทยเพื่อนอินเตอร์ก็อ่านไม่ออก เขียนสเปซเปนฝรั่งเพือ่นไทยก็ไม่เม้นให้
    55 ไม่ไหวเลย เมื่อไรจะมีคนบัญญติภาษาใหม่ เป็น unique language มาใช้ทั่วโลก
    จะได้ไม่กำกวม หรือเราจะทำเองดี อะแล้วครับจะคุยกะเราหว่า อิอิ

    wrote the space in thai, someone can't read, wrote space in eng someother so.
    I wonder why there is no universal language in da world.that may rid out any messy thing.
    Or, well, perhaps I do my own and who wanna speak with me?
    1/16/2007

    หากวันนั้น แค่ฉันเข้าใจหัวใจตัวเอง...

    รักของเธอที่เธอให้ฉันมันเต็มหัวใจ...ฉันคือคน...ไม่มีเยื่อใย
    ทิ้งให้เธออ้างว้าง และวันนั้น...เธอคง...เสียใจจนหมดทาง
    จึงกลับหลัง จากฉันไปทั้งน้ำตา...
    แล้วความจริง ก็ทำให้ฉันต้องมาเสียใจ
    ยิ่งนานไป ยิ่งคิดถึงเธอ คิดอย่างน่าละอาย
    อยากได้เธอคืนมา จะหาเธอได้ที่ไหน เพิ่งจะรู้...
    ว่าฉันทำลายหัวใจตัวเอง
     
    แค่คำว่าฉัน"เสียใจ" ทดแทนกันไม่ได้
    สิ่งที่ฉัน..ทำไว้เธอคงไม่ให้อภัย
    อยากให้เธอรู้ แค่เพียง...วันนี้ฉันร้องไห้
    เมื่อได้เห็น..ภาพเธอเดินไปกับเขา
    แค่เสี้ยวนาที ที่เธอนั้นเดินจากไปลับตา
    ก็รู้ทันทีว่าคงไม่มีวันที่เธอกลับมา
    คนที่จูงมือเธอคนนั้นควรจะเป็นฉัน
    หากวันนั้น แค่ฉันเข้าใจหัวใจตัวเอง...
    -----------------------------
    ใครที่ถามว่าทำไมน่ะ
    ดูมิวสิคนี้น่ะ ดูแล้วจะได้คำตอบเอง เหมือนเอามาจากชีวิตจริง
    12/24/2006

    ไม่ได้อัพมาซะนาน อัพซะหน่อย

    ประมาณเดือนหนึ่งพอดี ใส่ไว้กันลืม
    วันนี้ไปซื้อ weekly planner มาดีจัง

    หน้าหนาวหน้าแหก หน้าลอกเปนขุย เอาครีีมไรทาก็แสบโคตรๆ แบบนี้แหละคนมันผิวบาง
    9/10/2006

    Maybe sometimes, we got it wrong, but it's alright.

     รู้สึกยังไง เวลาตั้งใจซื้อของขวัญให้คนอื่นแล้ว ทำหายซะงั้น
    น่าเสียดายแต่มันก็แค่ของนอกกายน่ะ
    ก็ยังดีกว่าตั้งใจซื้อแล้วไม่มีโอกาสได้ให้