3/26/2008
รู้สึกว่าตัวเอง powerful ขึ้นมาอีกนิด
รู้สึกได้ถึงพลังที่ไหลเวียนในร่างกายเลย 5 5 5
เป้าหมายต่อไปคือ Y Combinator กับการทำ Recursive Anonymous Function กั่กๆๆๆ
Lambda calculus ว่ากันว่าเป็นต้นกำเนิดของภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เลยที่เดียว
ถ้าการคำนวณชนิดใดไม่สามารถอธิบายอยู่ในรูปของ Lambda Calculus แล้วก็แสดงว่า
การคำนวณชนิดนั้นไม่สามารถเขียนโปรแกรมเพื่อคำนวณได้เลย
Lambda calculus นั้นมี นิยามพื้นฐานที่สั้นมากๆคือ
- V เป็นตัวแปรโดยเราสามารถใช้สัญลักษณ์อะไรแทนก็ได้ความหมายจะไม่ต่างกัน
- (λ V. E) เป็น Abstraction หรือเป็น anonymous function นั่นเอง
- EE' เป็น Application นั้นคือการ combine E ด้วย E'
สั้นๆแค่นี้ละ
แต่ว่าสนุกมากมาย
รู้สึกว่าคล้ายๆกับสัจพจน์ขอเปอาโน่ในการสร้างระบบจำนวนเลย
เพราะว่าเราสามารถ นิยามทุกอย่างใน ภาษาโปรแกรมด้วย Lambda calculus เหมือนกัน
แน่นอนรวมถึงตัวเลข 1 2 3 4 ... ด้วย
สวยงามมากๆ
3/21/2008
I,who prefer on analyst and doing research on something, ain't an engineer.
And I hate to be called an engineer.
b'cos
I don't intend to develop economical solutions to technical problems.
I don't care whether the things that I know can be used or not.
I don't care whether the things that I know can make money for me or not.
I just want to KNOW.
That's is the real and the pure scientist's soul.
3/11/2008
กลางคืนหนาว เช้าร้อน บ้านฝนตก
เล่นมีสามฤดูในหนึ่งวันแบบนี้แย่เลย
3/6/2008
เซ็ง........................
ไปงานเผาศพอาจารย์ไม่ทัน
ไม่รู้โทรไปตอน 4 โมงเพือ่นบอกกำลังจะเผา
ทำไมเป็นคนแบบนี้เนี่ย
เซ็งงงงงงงงงงง!!!
อาจารย์ต่อครับอโหสิกรรมให้ศิษย์อตักญญูคนนี้ด้วย
3/4/2008
มีคนชอบถามว่าทำอย่างไรถึงจะเก่ง เคล็ดลับง่ายๆ
ความเก่งมันอยู่ที่นิสัยและการมองโลก
- ให้เชื่อว่าตัวเองเป็นคนฉลาดที่ไม่รู้
การที่เราเชื่อว่าตัวเองฉลาด จะทำให้เรามีความมั่นใจและมีกำลังใจที่จะเรียนรู้ จะทำให้เราสนุกกับการใช้ความคิด ถ้าเราเชื่อว่าตัวเองโง่แล้วความเชื่อนี้จะเป็นขออ้างให้เราโง่ลงไปอีกเนื่องจากว่าเราไม่สามารถที่จะเรียนรู้ได้ก็เพราะเราโง่นอกจากนั้นการใช้ความคิดก็เป็นเรื่องที่คนโง่ไม่ถนัด และให้เชื่อว่าตนเองไม่รู้ หลายคนชอบสับสนในเรื่องความรู้กับความฉลาด กลัวว่าการแสดงออกว่าไม่รู้จะบ่งบอกเป็นนัยว่าตนเองโง่ แต่แท้จริงแล้วการแสดงออกราวกับว่ารู้ทุกสิ่งนั้นเป็นตัวปิดกั้นพัฒนาการของเราเอง เนื่องจากคิดว่าตนเองรู้แล้วไม่จำเป็นต้องรับข้อมูลอะไรเพิ่มเติมและไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนความคิดนั้นเอง - อย่าพอใจในสภาพที่เป็นอยู่
ข้อนี้อาจจะดูเมื่อสอนให้ไม่รู้จักหยุด ทำให้เหนื่อยการที่มีความรู้สึกแบบนี้เป็นความรู้สึกแบบเดียวกับสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งแน่นอนจะเป็นการฝึกฝนความสามารถของตนเองให้เตรียมพร้อมอยู่เสมอ ยิ่งฝึกมากยิ่งเก่งมาก อย่าหยุดดิ้นรน - อย่าหยุดสงสัย
อย่าเชื่อแม้แต่ความคิดของตัวเอง ผมค่อนข้างแน่ใจว่าทุกคนเคยมีความรู้สึกในทำนองที่ว่าเรารู้อะไรอย่างแจ่มแจ้งและทุกอย่างดูจะถูกเฉลยได้อย่างสอดคล้องกันและกระจ่างชัดไปหมด แต่ความรู้สึกแบบนี้เองจะปิดกั้นความสงสัยของเราและทำให้เราไม่สามารถเข้าถึงประเด็นใหม่ๆ ความสงสัยใหม่ๆได้ การสงสัยในทุกๆสิ่งไม่ได้ทำให้เราเป็นบ้า กลับกันจะยิ่งฝึกฝนความเฉียบแหลมความครบบริบูรณ์ในการให้เหตุผล สมองยิ่งใช้มากยิ่งแข็งแรง ไม่ต่างจากนักมวยที่หมั่นฝึกซ้อม - ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์
เราไม่จำเป็นต้องเริ่มทุกอย่างจากศูนย์ ไม่จำเป็นต้องค้นพบทุกอย่างด้วยตัวเอง ตำรา หนังสือ หรือแหล่งรวบรวมประสบการณ์ของคนรู้ก่อนๆที่ได้ผ่านการคัดกรองเหลือเฉพาะแก่นของความรู้มาแล้ว เราจึงมีเหตุผลอย่างยิ่งที่จะเชื่อถือความรู้เหล่านั้นในระดับหนึ่ง เพื่อที่จะทำให้เราไปได้ไกลกว่าคนรู้ก่อนๆ
ทำได้เท่านี้ละก็รับรองว่าเก่งแน่นอน