Songphon's profileSongphon's amusing blog.PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
10/13/2009 ความแตกต่างระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรในการประมวลบทสนทนา(Discourse processing)“บนโต๊ะมีหนังสือเล่มหนึ่ง” เครื่องจักร: หนังสือเล่มหนึ่งสมมติว่าชื่อ a วางอยู่บนโต๊ะสมมติว่าชื่อ b สรุป a อยู่บน b. ----------------------------------------------------------------------------------------- “ไอ้ปื้ดหิวข้าวมาก ปวดท้องจะตายอยู่แล้ว” มนุษย์: ทำไมปื้ดหิวข้าว –> ปื้ดไม่ได้กินข้าว, ทำไมปื้ดปวดท้อง –> เพราะว่าหิวข้าวและไม่ได้กินข้าว, ปื้ดอาจเป็นโรคกระเพาะ, หรือว่าปื้ดเป็นผู้หญิง? –> ปวดประจำเดือน? --> ถ้าปื้ดเป็นชายทำไมปวดประจำเดือนไม่ได้?, ปื้ดอยากเข้าห้องน้ำ –> ปวดขี้? เครื่องจักร: ทำไมปื้ดหิวข้าว –> ปื้ดไม่ได้กินข้าว, ทำไมปื้ดปวดท้อง –> เพราะว่าหิวข้าวและไม่ได้กินข้าว. ----------------------------------------------------------------------------------------- มนุษย์มีความสามารถในการแปลบทสนทนาแบบกำกวม โดยไม่พยายามที่จะกำจัดความกำกวมนั้น แต่เป็นการตั้งข้อสมมติและให้เหตุผลไปหลายๆทาง แตกกับคอมพิวเตอร์ที่ไม่สามารถประมวลผลกับความกำกวมได้ เพราะการทำงานต้องการคำสั่งที่ชัดเจนทุกๆคำสั่ง NLP ตอนนี้ทุกคนก็มุ่งไปที่การกำจัดความกำกวม แต่ผมมีความเชื่อที่ต่างออกไป ผมเชื่อว่าความกำกวมนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อจะคงลักษณะความหมายแบบ dynamic ของภาษาไว้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือภาษานั้นถึงแม้จะในบริบทเดียวกัน ก็สามารถถูกแปลความหมายได้มากกว่าหนึ่งทาง บริบทของการท่องเที่ยว “ท้องทะเลไทยสวยงาม เหมาะเป็นแหล่งพักผ่อน” ยังมีประโยคอีกหลายแบบที่ได้ความหมายมากกว่าหนึ่งอย่างในบริบทเดียวกันเช่น “อยุธยาในตอนกลางคืนน่าท่องเที่ยวมาก โดยเฉพาะตามโบราณสถานที่มีประวัติยาวนาน” จะสังเกตว่าแม้แต่ในบริบทเดียวกัน "ผลของการตีความไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับบริบทเท่านั้น แต่ขึ้นกับประสบการณ์แวดล้อมที่ผู้รับสารได้ประสบมาอีกด้วย” และการตีความนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้หากได้รับข้อมูลใหม่ๆ เช่นคนที่ไม่เชื่อเรื่องผีที่ตีความเป็นความหมายที่ 2 กลับกลายเป็นตีความหมายเป็นประโยคที่ 3 เมื่อเจอผีดังนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากที่จะต้องคงความกำกวมไว้เพื่อการตีความใหม่โดยการให้เหตุผลแบบลดทอนได้ (defeasible logic) ซึ่งเครื่องมือที่เหมาะสมในการให้เหตุผลในลักษณะนี้คือ abstract argument framework(Dung 1995). |
|
|