Songphon's profileNo matter where you are,...PhotosBlogListsMore Tools Help
Photo 1 of 3
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
PooKwrote:
 Ha lo ! Just wanna say hi ja and hope u r fine na ja
Aug. 26
PoOkPik K.wrote:
Just say 'Hi' ^^
June 6
Apr. 30
ติชมอารายยยย
Apr. 25

Sandbox

Loading...
 
7/4/2009

นินทากาเลเหมือนเททิ้ง

มีผู้ชมทางบ้านถามกันเข้ามาว่าทำไมคนเราต้องนินทา
วิเคราะห์กันแบบถึงแก่น

ผู้อ่านทุกคนคนจะไม่มีใครไม่เคยนินทาผู้อื่นในเรื่องเล็กๆน้อยๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นธรรมชาติของพฤติกรรมทางสังคม
พึ่งสังเกตว่าทุกครั้งที่เราพูดนินทาผู้อื่นเราจะรู้สึกว่าเรามีความ "เหนือกว่า" ในเรื่องนั้นๆเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ถูก "นินทา"
จุดประสงค์หลักโดยเนื้อแท้ของการนินทาว่าร้ายคนอื่นโดยที่ไม่มีมูลเหตุอันสมควรหรือแม้กระทั่งอีกฝ่ายไม่มีสิทธิจะตอบโต้นั้น
โดยหลักทางจิตวิทยาแล้วไม่ได้มีอะไรมากไปกว่ากลไกพิเศษในการปกป้องตนเองทางจิต
ได้แก่การหยิบยกประเด็นที่ผู้พูดนั้นจะลอยตัวอยู่เหนือประเด็นนั้น จากนั้นจะโจมตีผู้ที่ถูกกล่าวถึงในประเด็นนั้นๆ
การกระทำเช่นนี้ อาจมีการเพิ่มความน่าเชื่อถือโดยการยกเอาเหตุผลเชิงเปรียบเทียบมาเสริมเพื่อให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน
หรือการเพิ่มคุณค่าให้ตนเองโดยการนำเสนอความคิดที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นสิ่งที่ดีและใกล้เคียงกับสิ่งที่เรียกว่า "ดี" ในสังคมนั้นๆ
เพื่อให้ตนเองเป็นที่ยอมรับในกลุ่ม ลักษณะของบุคคลที่ชอบกล่าวร้ายคนอื่นอยู่บ่อยๆนั้น เชื่อกันว่าจะมี "ปม" ที่เกิดจากการเลี้ยงดูในวัยเด็ก
และไม่มีการพัฒนาภาวะทางอารมณ์ หรือการพัฒนาภาวะทางอารมณ์ถูกขัดขวาง ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติคือ "จิต"
จะต้องหาสิ่งทดแทนเพื่อปกป้องอัตตาของตนเองไว้ กล่าวคือเพื่อเป็นการย้ำให้ตนเองเชื่อว่าตนเองนั้นดีที่สุดและตัวตนของตนเองนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
พึ่งสังเกตว่าความพึ่งพอใจ ในลักษณะของการนินทาว่าร้ายนั้นจะไม่คงอยู่ยาวนานนัก ผู้ที่มีพฤติกรรมจึงมีแนวโน้มที่จะกระทำซ้ำๆเพื่อที่จะได้"เสพ"
ความสุขที่ได้รับจากความรู้สึกกว่าตนเองเป็นผู้ชนะ นอกจากผู้พูดแล้ว มีความเป็นไปได้ว่าผู้ฟังที่มีลักษณะพื้นฐานทางจิตใจที่คล้ายคลึงกัน
จะพลอยได้รับอานิสงค์ของการ"เสพ"ความพึ่งพอใจอันนี้ด้วย และในที่สุดจะเป็นความรู้สึกในลักษณะพวกพ้อง กล่าวคือความรู้สึกว่า
ตนเองได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องและมีความใกล้ชิดกับผู้พูดมากขึ้น มีสิ่งที่รับรู้ร่วมกัน นั่นคือมีคนที่ยอมรับอัตตาของตนมากขึ้น

ปกติแล้วการนินทานั้นจัดเป็นพฤติกรรมทางสังคมที่จะกระชับความสัมพันธ์กันในกลุ่มทางสังคมนั่นๆ เราจึงมักสังเกตได้บ่อยครั้งว่า
ผู้ที่กระซิบกระซาบกันนั้น มักจะอยู่ในลักษณะความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเช่น คนรัก เพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัว.
ผู้ที่มักนินทาว่าร้ายผู้อื่นอยู่บ่อยครั้งมากจนเกินพอดี จัดเป็นความผิดปกติทางจิต
ผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมใกล้เคียงกับผู้ที่ติดยาเสพติดนั้นคือ ต้องค้นหาสิ่งที่จะมาบำบัดความต้องการหรือ"เสพ"มากขึ้นเรื่อยๆ
จนท้ายที่สุดผู้ป่วยจะมีลักษณะผิดปกติทางจิตอันได้แก่การสูญเสียความสามารถในการรับรู้โลกภายนอก ความเคารพในตนเองและผู้อื่นเป็นต้น

ท้ายนี่มีคำดีๆเอาไว้เตือนใจก่อนที่จะว่าร้ายผู้อื่นทั้งต่อหน้าและลับหลัง

ก่อนจะว่าร้ายผู้อื่นในพิจารณาตนเองก่อนว่าเราไม่มีลักษณะเช่นนั้นใช่หรือไม่
ถ้า "ใช่" เราไม่ควรนินทาว่าร้ายคนอื่นเนื่องจากเรามีในสิ่งที่คนที่เรากล่าวถึงไม่มี นั่นหมายความว่าเราไม่ "ขาด" และจิตของเราไม่ต้องการกลไกปกป้อง
ทำนองเดียวกับที่เจ้านายไม่นินทาบ่าว พ่อแม่ไม่นินทาลูกนั่นเอง เพราะว่าบุคคลเหล่านี้ล้วนแต่อยู่ในสถานะที่สูงกว่าทั้งสิ้น

ถ้า "ไม่ใช่" เราไม่ควรว่าร้ายคนอื่นเพราะเปรียบเสมือนการว่าร้ายตนเอง ผู้คนที่ได้รับฟังอาจจะรู้สึกสมเพชเราเองก็เป็นได้

คราวหน้าเราจะมาต่อกันที่ "มุมมอง" ของผู้ที่มักจะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต
การมองโลกในลักษณะ "เกิดเป็นลูกโจร ทำแบบโจรยอมไม่ผิด" หรือ "ตัวเราเป็นอย่างนี้ เราเป็นตัวของตัวเอง เราไม่ผิด"
อันนี้เป็นลักษณะของคนที่ยอมแพ้และจะเชื่อมโยงไปถึงพฤติกรรมต่างๆที่ทำให้ล้มเหลว...ในตอนหน้าครับ.
6/25/2009

Even I have a complete knowledge of my emotion,I just can’t avoid it.

I know what is the emotional consequence, however, to avoid bad or good feeling is so hard.
Because I, as the human-being, have been designed this way.
Why?
There must be some reasons.
One reason that I can see is to guarantee the matching process in order to preserve our existence.

I know what is the choice leading to, but I just got a side-effect… inevitable.

6/24/2009

Everything you have done has a consequence

Don’t try to bother say “I’m sorry”. Just to avoid the consequence.
If you done something to the other, take its re-action.
This world is not only for you. Don’t think that everything should happen as you think.
Especially, you don’t have anyway to control anyone.The most thing you could do is to convince him.
No matter how hard you and long you cry, it’s only local effect.
The world still as it before, not even a millisec to stop for you.

And hope that he would agree with you and forgive you.

6/23/2009

He is far more clever than you.

It’s very hard to control a guy who more clever than you.
But, it’s impossible to control him if you don’t really realize how far he is clever than you.

6/13/2009

I think I know what makes me seem geek!

Instead of playing some game, I often create a program to play for me.
If it was possible, I wish to create a program that can do what ever I want.
That is a reason why I want to learn more about Artificial Intelligence.
I wish to get a program that can think for me.It’s the best program ever.

I’m not a hacker.I don’t hack directly into a game or an application.